วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
บ่อน้ำนางอุสาในตำนาน
บ่อน้ำนางอุสา
ชาวบ้านเชื่อกันว่าบ่อน้ำนี้เป็นที่ที่นางอุสาจะมาใช้ชำระร่างกาย (กองโบราณคดี 2535 : 36) หรือเป็นบ่อน้ำที่พ่อของนางอุสาสร้างไว้ให้นางอุสา (สุมิตร ปิติพัฒน์ 2520 : 19) ตามนิทานพื้นบ้านอุสา-บารส และเล่ากันว่าบ่อน้ำนี้ถูกขุดใช้เก็บน้ำในหน้าแล้วสำหรับวัดพ่อตา-ลูกเขย ซึ่งจะขาดแคลนน้ำในหน้าแล้งเสมอ (พเยาว์ เข็มนาค และมนต์จันทร์ น้ำทิพย์ 2533 : 44)
พิทักษ์ชัย จัตุชัย (2553 : 65) สันนิษฐานว่าจากลักษณะของบ่อน้ำที่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้เป็นอย่างดี บ่อน้ำนางอุสาจึงมีความเหมาะสมต่อการในการใช้เก็บน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และหลุมที่เปิดจากการสกัดบริเวณขอบบ่อน้ำและด้านข้างบ่อน้ำ เมื่อพิจารณาจากแผนผังแล้วพบว่ามีลักษณะเป็นอาคารที่สร้างคลุมและมีการเชื่อมต่อระหว่างบ่อน้ำนางอุสาและเพิงหินข้างบ่อน้ำนางอุสา ซึ่งคงใช้เพื่อเป็นอาคารประกอบพิธีกรรมบางอย่าง ดังนั้นเมื่อพิจารณาแล้วจึงทำให้สันนิษฐานได้ว่าบ่อน้ำนางอุสานี้ น่าจะทำขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภค อายุอยู่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและสมัยทวารวดี
วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562
อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน ครอบคลุมพื้นที่ 3,430 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่มีชื่อว่า “ป่าเขือน้ำ” บ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี อยู่ห่างจากตัวจังหวัดระยะทางประมาณ 67 กม. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเปิดบริการเวลา 08.00-16.30 น. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทแห่งนี้ ปรากฏร่องรอยของกิจกรรมของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อราว 2,000 – 3,000 ปีมาแล้ว มีการพบภาพเขียนสีมากกว่า 30 แห่ง ยังพบการดัดแปลงโขดหินและเพิงผาธรรมชาติให้กลายเป็นศาสนสถานของผู้คนใน วัฒนธรรมทวารวดี ลพบุรี สืบต่อกันมาจนถึงวัฒนธรรมล้านช้าง ตามลำดับ ซึ่งร่องรอยหลักฐานทางโบราณคดีเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางสังคมของ มนุษย์ได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ทางกรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการขอใช้พื้นที่ ป่าสงวนจำนวน 3,430 ไร่ จากกรมป่าไม้ โดยได้ประกาศขึ้นทะเบียนเขตโบราณสถานไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 98 ตอนที่ 63 เมื่อวันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2524 จากนั้นจึงได้พัฒนาแหล่งจนกลายเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทในที่สุด และเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ที่ ประเทศไทย จะนำเสนอเพื่อขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งมรดกโลก อีกด้วย
สภาพภูมิประเทศ
สภาพภูมิประเทศของภูพระบาทมีลักษณะเป็นโขดหินและเพิงผาที่กระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก เกิดจากการผุพังสลายตัวของหินทราย ซึ่งมีเนื้อหินที่แข็งแกร่งแตกต่างกัน ระหว่างชั้นของหินที่เป็นทรายแท้ ๆ ซึ่งมีความแข็งแกร่งมาก กับชั้นที่เป็นทรายปนปูนซึ่งมีความแข็งแกร่งน้อยกว่า นาน ๆ ไปจึงเกิดเป็นโขดหิน และเพิงผารูปร่างแปลก ๆ ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ประมาณ 2,000 - 3,000 ปีมาแล้ว วิถีชีวิตของผู้คน ในสมัยนั้นดำรงชีวิตด้วยการเก็บของป่า และล่าสัตว์เป็นอาหาร เมื่อขึ้นมาพักค้างแรม อยู่บนโขดหินและเพิงผาธรรมชาติเหล่านี้ก็ได้ใช้เวลาว่างขีดเขียนภาพต่าง ๆ เช่น ภาพคน ภาพสัตว์ ภาพฝ่ามือ ตลอดจนภาพลายเส้นสัญลักษณ์ต่าง ๆ ไว้บนผนังเพิงผาที่ใช้พักอาศัย ซึ่งปรากฏอยู่ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเป็นจำนวนมาก เช่น ที่ถ้ำวัว – ถ้ำคน และภาพเขียนสีโนนสาวเอ้ ซึ่งภาพเขียนสีบนผนังหินเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาให้ผู้คนในชั้นหลังค้นหาความหมายที่แท้จริงต่อไป
สถานที่สำคัญ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
-
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน ครอบคลุมพื้นที่ 3,430 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่มีชื่อว่า “ป่าเขือน้ำ” บ้านติ้ว...
-
ปิ้งปลาโฮยเกลือ เมนูเด็ดของไทพวนบ้านผือ เป็นอาารที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ มาจนถึงปัจจุบัน ...

